คล็อปป์ซูฮก 3 แอสซิสต์ ของ เทรนท์ ชี้ถือเป็นลางดีในการลุ้นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล

คล็อปป์ซูฮก 3 แอสซิสต์ ของ เทรนท์ ชี้ถือเป็นลางดีในการลุ้นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล

   คล็อปป์ซูฮก เทรนท์, เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกมากล่าวชื่นชมความยอดเยี่ยมของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เพิ่งจะทำ 3 แอสซิสต์ ช่วย ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม วัตฟอร์ด ไป 5-0 ชี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการไล่ล่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ของทัพหงส์แดง

   ซึ่งเกมดังกล่าว ผลบอลสด ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ เอาชนะ วัตฟอร์ด ไป 5-0 จากประตูของ ซาดิโอ มาเน่ กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ ที่ซัดกันไปคนละ 2 ประตู และอักหนึ่งประตูจาก ดิว็อค โอริกี้ พา ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่ม 3 แต้มเต็มในเกมนี้ได้สำเร็จ ซึ่งจาก 5 ประตูที่ หงส์แดง ทำได้เป็นการแอสซิสต์ของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถึง 3 แอสซิสต์

   ชัยชนะดังกล่าวของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ ทำให้ หงส์แดง ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ต่อไปโดยมี 69 คะแนนนำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่เพียงแค่แต้มเดียวขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีกเพียง 10 นัดเท่านั้น ซึ่ง คล็อปป์ มองว่าการคว้าชัยเหนือวัตฟอร์ดด้วยการทำคลีนชีตของลูทีมนั้นทำให้โมเมนตันกลับมาอยู่ทางฝั่งของ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง

คล็อปป์ซูฮก 3 แอสซิสต์ ของ เทรนท์ ชี้ถือเป็นลางดีของ ลิเวอร์พูล

   คล็อปป์ ได้ออกมาเปิดใจผ่านสำนักข่าวชื่อดังอย่าง BBC Sport ว่า “พวกเขาโชว์ให้เห็นว่าสนุกกับเกมแค่ไหน มันเป็นสัญญาณที่ดีที่ทุกคนแสดงความกระตือรือร้นออกมา”

   “ถึงแม้ว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์จะทำประตูไม่ได้แต่เกมนี้เขาก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ส่วนซาดิโอ มาเน่ประตูของเขา ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ หรือแม้กระทั่งอลิซอนผู้รักษาประตูของเราก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน”

   “เกมนี้เราเป็นฝ่ายครองเกมเอาไว้ได้อย่างหมดจด”

   “เราชนะ 5-0 ดังนั้นไม่ต้องพูดอะไรมากเลย นักเตะทุกคนแสดงให้เราเห็นแล้วว่าพวกเขาดีเยี่ยมแค่ไหน มันเป็นเกมที่ดีมากจริงๆสำหรับเราและแน่นอนทุกคนในทีมควรจะได้รับเครดิตนั้น”

   นอกจากนี้คล็อปป์ยังกล่าวซูฮกเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวาของ หงส์แดง ที่เพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาเป็นตัวจริงได้ไม่นานก็โชว์ความเทพทำ 3 แอสซิสต์ไปในเกมนี้ด้วย

   “การครอสบอลของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ช่างโดดเด่นเหลือเกิน แน่นอนว่ามันเป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษสำหรับเขา นอกจากนี้เขายังเคยยิงฟรีคิกสุดสวยมาแล้วในนัดก่อนหน้าที่จะเจอกับวัตฟอร์ด”

   “ผมยอมรับว่าผมจำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่เขาทำแฮตทริกแอสซิสต์ได้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่นัดนี้เขาทำได้ 3 แอสซิสต์ผมพูดถูกไหม”

 

ส่อแววว่าว ลิเวอร์พูล สะดุดเจ๊า เวสต์แฮม 1-1 บัลลังก์จ่าฝูงสะเทือน

ส่อแววว่าว ลิเวอร์พูล สะดุดเจ๊า เวสต์แฮม 1-1 บัลลังก์จ่าฝูงสะเทือน

   ส่อแววว่าว หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลาดสะดุดเสมอ 2 นัดติด เกมนี้บุกไปเสมอให้กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เก็บเพิ่มได้เพียง 1 แต้ม นำห่าง แมนฯซิตี้ เหลือเพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น

ส่อแววว่าว ลิเวอร์พูล สะดุดเจ๊า เวสต์แฮม 1-1

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ในวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562

   สำหรับสถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะ 4 เสมอ 1 และ 4 นัดหลังเป็น หงส์แดง ที่เก็บชัยได้ทั้งหมด

   เริ่มเกมเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายได้ทักทายก่อน นาทีที่ 3 โนเบิ้ล แทงบอลเข้าไปในกรอบฝั่งซ้ายให้ชิชาริโต้ ก่อนจะหาจังหวะแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งหลุดออกหลังไป

   นาทีที่ 9 เป็นโอกาสของ ลิเวอร์พูล บ้างเมื่อ ฟิร์มิโน่ เก็บบอลแถวสองได้ก่อนจะจ่ายไปให้ ลัลลาน่า จัดการซัดด้วยซ้าย แต่โดนไม่เต็ม บอลกลิ้งไปเข้ามือ ฟาเบียนสกี้ รับสบาย

   นาทีที่ 20 หงส์แดงเกือบจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่เกอิต้ากำลังจะจ่ายบอลแต่โดน ดิย็อปสกัดเอาไว้ บอลไปเข้าทางฟิร์มิโน่จัดการซัดด้วยซ้ายทางกรอบฝั่งซ้าย บอลพุ่งไปเสาสองแต่ฟาเบียนสกี้ยังพุ่งไปปัดไว้ได้ทัน

   หลังจากนั้นเพียง 2 นาที ในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน บอลเริ่มจาก ลัลลาน่า แถวริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะให้ไปที่ มิลเนอร์ ไหลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ มาเน่ แต่งบอลก่อนจะซัดด้วยซ้ายเป็นประตูทันที ลิเวอร์พูล นำก่อน 1-0

   แต่ถัดมานาทีที่ 28 เวสต์แฮม ก็ไล่ตามตีเสมอได้จากลูกฟรีคิก แอนเตดอร์ซอน เล่นลูกสูตรแทงบอลไปให้ อันโตนิโอ ที่วิ่งทะลุขึ้นไปทางกรอบฝั่งขวา ก่อนจะซัดตามน้ำ บอลพุ่งเข้าเสาสองเป็นประตูพา ขุนค้อน ไล่ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ได้ 1-1

   เกมกลับมาเท่ากันอีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าทางฝั่ง หงส์แดง จะเริ่มปั่นป่วนหนัก นาทีที่ 42 เวสต์แฮม ได้ฟรีคิกแถวกลางสนามเยื้องมาทางฝั่งซ้าย ก่อนจะย้ำลูกสูตรอีกครั้ง แอนเดอร์ซอน เปิดไปทางเสาสองให้ ไรซ์ โขกบอลพุ่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 1-1

   ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล พยายามจะต่อบอลเพื่อครองบอลแล้วบุกเอาประตูขึ้นนำให้ได้ นาทีที่ 61 มิลเนอร์ ให้บอลไปที่ ซาลาห์ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนจะปั่นทันที บอลโค้งกำลังจะเข้าเสาสองแต่ ฟาเบียนสกี้ ยังรับเอาไว้ได้

   นาทีที่ 73 เป็นโอกาสของ เวสต์แฮม จากจังหวะที่ สน็อดกราส กระชากบอลหลุดมาถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายแล้วไหลกลับไปให้แอนเดอร์ซอน กระดกบอลจะให้หนีตัวประกบแต่บอลดันเด้งไปโดนมือแล้วกระดอนไปเข้าทาง โนเบิล วอลเลย์เฉียดคานออกไป จบเกม ลิเวอร์พูล พลาดเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไป 1-1

 

ซัดไปแล้ว 50 ประตู คล็อปป์ อวย ซาลาห์ แข้งระดับโลก

ซัดไปแล้ว 50 ประตู คล็อปป์ อวย ซาลาห์ แข้งระดับโลก

   ซัดไปแล้ว 50 ประตู เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ได้กล่าวยกย่อง โม ซาลาห์ ว่าเป็นแข้งระดับโลก หลังจากที่ ซาลาห์ เพิ่งซัดใน พรีเมียร์ลีก ครบ 50 ประตู

   ล่าสุด ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเปิดบ้านเอาชนะคริสตัล พาเลซไป 4-3 ซึ่งมาจากความยอดเยี่ยมของ โมฮาเห็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ประตู

   และ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ กับ ซาดิโอ มาเน่ ช่วยกันซัดคนละประตู ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บ 3 แต้มไปได้ในเกมนี้ 

   ซึ่งจาก 2 ประตูที่ ซาลาห์ ยิงได้ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ นั้นทำให้เขายิงครบ 50 ประตูในการเล่นพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 72 นัด ซึ่งมีเพียงแค่ รุด ฟาน นิสเตลรอย(68), อลัน เชียเรอร์(66) และ แอนดี้ โคล(65) ที่ยิงได้ถึงจำนวนนั้นนั้นในจำนวนนัดที่น้อยกว่า ซาลาห์

ซัดไปแล้ว 50 ประตู คล็อปป์ อวย ซาลาห์ แข้งระดับโลก

   ซึ่งจากความยอดเยี่ยมดังหล่าวของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นั้นทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ ลิเวอร์พูล ได้ออกมากล่าวชื่นชมแข้งชาวอียิปต์ว่า “มันเป็นเรื่องที่สุดยอดมาก ต้องเป็นผู้เล่นระดับโลกเท่านั้นถึงจะทำได้ยอดเยี่ยมแบบนี้”

   “ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าเขาทำได้ดีขึ้นมาก มันเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ”

   “ผมได้ยินว่า มีนักเตะคนอื่นที่ทำได้เร็วกว่าเขาอย่าง อลัน เชียเรอร์, รุด ฟาน นิสเตลรอย และแอนดี้ โคล แน่นอนพวกเขาเป็นกองหน้าที่เก่งมาก ผมว่าบางที เขาอาจจะทำได้เร็วกว่านี้ถ้าผมไม่ส่งเขาลงเล่นปีกขวาบ่อยๆ มันเป็นความผิดของผมเองแหละ แต่ก็ไม่ได้แย่นะเพราะมันช่วยให้เรามีเกมที่ดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งผมคิดว่าเขารู้เรื่องนี้ดี”

   “เรื่องนี้มีแต่ได้กับได้ เพราะเขาเองก็ได้ประโยชน์จากการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ส่วนคนอื่นๆในทีมก็ได้ประโยชน์จากความมุ่งมั่นในการทำประตูของเขาเช่นกัน” เยอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

   ส่วนทางด้าน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้กล่าวถึงเกมกับ คริสตัล พาเลซ ว่า “มันเป็นเกมที่ค่อนข้างยากมาก ครึ่งแรกพวกเขาเล่นกันได้ดีครึ่งหลังก็ด้วย ซึ่งนั่นมันทำให้เรามีเกมที่ยากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือผลการแข่งขัน ซึ่งเราก็ทำได้ดี”

   นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้กล่าวถึงสถิติ 50 ประตูใน พรีเมียร์ลีก ของตัวเองว่า “มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ผมอยากยิง 50 ประตูกับ ลิเวอร์พูล มันทำให้ผมตั้งตารอเกมต่อไปเลยแหละ” โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กล่าว

   ทั้งนี้สตาร์ชาวอียิปต์ยิงประตูใน พรีเมียร์ลีก ครบ 50 ประตู ซึ่งเป็นการยิงในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล 48 ประตู และกับ เชลซี อีก 2 ประตู

 

 

 

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 เชลซี เปิดบ้านพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในคืนวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2018 เวลา 22.00 น. ผลบอลสด

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

18/03/18 เอฟเอ คัพ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 เชลซี

13/01/18 พรีเมียร์ ลีก เชลซี 0-0 เลสเตอร์ ซิตี้

09/09/17 พรีเมียร์ ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 เชลซี

15/01/17 พรีเมียร์ ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เชลซี

15/10/16 พรีเมียร์ ลีก เชลซี 3-0 เลสเตอร์ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ความพร้อมของ เชลซี และ เลสเตอร์ ซิตี้

เชลซี

   เชลซี เพิ่งจะผ่านเข้ารอบตัดเชือก ลีก คัพ หลังเอาชนะบอร์นมัธ 1-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสถิติการพบกันกับ เลสเตอร์ ถือว่ายอดเยี่ยม เพราะ 7 เกมหลังสุดรวมทุกรายการพวกเขาไม่เคยแพ้ โดยเอาชนะ 5 เสมอ 2

   สำหรับ สิงห์บลู เชลซี เกมนี้ขาดเพียง อันเดรียส คริสเตนเซ่น เซนเตอร์เดนมาร์กที่เจ็บจากเกมล่าสุด ส่วนศูนย์หน้าชาวสเปน อัลบาโร่ โมราต้า ที่แม้จะหายเจ็บกลับมาซ้อมได้แล้วแต่คาดว่ายังไม่พร้อมลงสนามในนัดนี้ ในขณะที่ แกรี่ เคฮิลล์ เซนเตอร์ตัวเก๋า และ วิคเตอร์ โมเซส วิงแบ็กไนจีเรีย ต้องรอเช็คความฟิตก่อน

   สำหรับเกมนี้ กุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี่ น่าจะวางระบบ 4-3-3 นำมาโดยแนวรุกตัวความหวังอย่าง เอแด็น อาซาร์ กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ คอยตัดเกมแดนกลาง แนวรับใช้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์ กับ มาร์กอส อลอนโซ่ และมี เกป้า เฝ้าเสา

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, เปโดร โรดริเกซ, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, เอแด็น อาซาร์

เลสเตอร์ ซิตี้

   ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้ไม่มี แดเนียล อามาร์ตี้ และ แม็ตตี้ เจมส์ ที่ยังบาดเจ็บทั้งคู่ ในขณะที่ วิลฟรีด เอ็นดีดี้ มิดฟิลด์ ที่เจ็บจากเกมล่าสุดยังคงต้องรอเช็คความฟิตก่อน ส่วน เจมี่ วาร์ดี้ ศูนย์หน้าตัวเป้าที่พลาดเกมกลางสัปดาห์ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บก็เตรียมกลับมาลงสนามได้ในนัดนี้ และยังต้องลุ้นให้ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายที่พลาดลงสนามมา 2 เกมเนื่องจากอาการบาดเจ็บกลับมาฟิตทันในเกมนี้

      รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ริคาร์โด้ เปเรยร่า, เวส มอร์แกน, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เบน ชิลเวลล์, น็องปาลีส เมนดี้, วิลฟรีด เอ็นดีดี้, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, เจมส์ แม็ดดิสัน, เดมาราย เกรย์, เจมี่ วาร์ดี้

 

  

แชมป์กลุ่ม เซบีย่า ถล่ม คราสโนดาร์ 3-0 ทะลุเข้ารอบเรียบร้อย

แชมป์กลุ่ม เซบีย่า ถล่ม คราสโนดาร์ 3-0 ทะลุเข้ารอบเรียบร้อย

   แชมป์กลุ่ม เซบีย่า เปิดบ้านเอาชนะ คราสโนดาร์ 3-0 โดยได้ 2 ประตู ตั้งแต่ช่วง 10 นาทีแรกจาก วิสซัม เบน เยดแดร์ และในครึ่งหลัง คราสโนดาร์ ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในสนามตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

   ทำให้ เซบีย่า แซงขึ้นไปจบเป็นแชมป์กลุ่ม กอดคอ คราสโนดาร์ ผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ต่อไป หลังจากที่ผลของอีกคู่ สตองดาร์ด ลีแอจ ทำได้แค่เสมอกับ อาคิซาร์สปอร์ 0-0

แชมป์กลุ่ม เซบีย่า ถล่ม คราสโนดาร์ 3-0 ทะลุเข้ารอบ

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเจ เซบีย่า เปิดบ้านพบกับ คลาสโนดาร์ ที่สนาม เอสตาดิโอ รามอน ซานเชซ ปิซฆวน ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561

   สำหรับสถานการณ์ในกลุ่มเจ มีลุ้นเข้ารอบถึง 3 ทีมด้วยกัน โดย คราสโนดาร์ ต้องการเพียงแต้มเดียวก็จะการันตีแชมป์กลุ่มทันที แต่ก็มีสิทธิ์ตกรอบเช่นกันหาก สตองดาร์ด ลีแอจ เกิดชนะแล้วพวกเขาแพ้ 4-0 หรือผลต่างได้เสีย 5 ประตูขึ้นไป ส่วนทางด้าน เซบีย่า หากชนะจะได้ผ่านเข้ารอบทันที

   เริ่มเกมได้เพียง 5 นาที เซบีย่า ได้ส้มหล่นจากจังหวะที่ คริตสยุค นายทวารทีมเยือนเปิดบอลไม่ดีทำให้ลูกตกหน้าประตูที่ระยะประมาณ 30 หลา กาบูเร่ พยายามจะเข้าไปแก้ไขสถานการณ์แต่ถูกผู้เล่นของ เซบีย่า เข้าเร็ว ทำให้จับบอลลั่น ลูกกระดอนไปเข้าทาง เบน เยดแดร์ ซัดทันทีแบบไม่ล้ำหน้าเข้าประตูไป เซบีย่า นำเร็ว 1-0

   ถัดมานาทีที่ 9 คราสโนดาร์ ไม่ยอมง่ายๆได้โต้ตอบกลับมาเช่นกัน จังหวะนี้ อิ๊กนาติเยฟ โชว์ล็อคบอลหนีสองตัวประกบเจ้าถิ่นแล้วพลิกตัวยิงทันที น่าเสียดายที่บอลหลุดออกหลังไป

   แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำกลับเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อ เซร์กี้ โกเมซ โยนบอลไปข้างหน้าให้ เบน เยดแดร์ คนเดิมวิ่งเลี้ยงไลน์แล้วเบียดเอาชนะ โฟลูสัน เข้าไปซัดเป็นประตู

   สถานการณ์หลังจากนั้น ภาพรวมของ คลาสโนดาร์ ก็ยังคงเป็นรองทางฝั่ง เซบีย่า อยู่เล็กน้อยแต่ก็มีจังหวะให้ได้ลุ้นบ้าง แต่ยังทำประตูตีไข่แตกไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก เซบีย่า เป็นฝ่ายนำอยู่ 2-0

   ครึ่งหลังเพียงนาทีที่ 48 คราสโนดาร์ ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ถึง 2 ประตู ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน แล้วยังเสียจุดโทษให้กับ เซบีญ่า อีกด้วย

   จากจังหวะที่ เซบีย่า เล่นเกมโต้กลับเร็วแล้ว บาซเกซ แทงบอลไปให้ เบน เยดแดร์ ยิงไปติดเซฟ คริตสยุค ลอยโด่งไปเข้าทาง อังเดร ซิลวา หน้าปากประตู ได้โหม่งโล่งๆ บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้วแต่เป็น รามิเรซ มาจากไหนไม่รู้ บินมาใช้มือปัดบอลบนเส้นหน้าตาเฉย ผู้ตัดสินจึงแจกใบแดงไล่ออกจากสนามทันที พร้อมให้จุดโทษกับเจ้าถิ่น และก็เป็น บาเนก้า ที่รับหน้าที่ส่งบอลเข้าประตูไป เซบีย่า นำห่าง 3-0

   หลังจากที่ทิ้งห่างถึง 3 ประตู เจ้าถิ่นพยายามประคองเกมและคุมทุกอย่างเอาไว้ได้หมด นอกจากนี้ยังมีจังหวะลุ้นประตูที่ 4 เรื่อยๆ

   ส่วนทางด้าน คราสโนดาร์ ที่เป็นรองในเรื่องของตัวผู้เล่นก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้สุดท้ายจบเกม เซบีย่า เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ คราสโนดาร์ 3-0 จบแชมป์กลุ่ม กอดคอคราสโนดาร์เข้ารอบ

 

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม

   พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ พบกับ ฟูแล่ม ดูบอลออนไลน์ ในเย็นวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2018 เวลา 19.00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล เกมนี้ไม่มี อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน นอกจากนี้ยังต้องรองเช็คความฟิตของ เดยัน ลอฟเรน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ นาธาเนียล ไคลน์ แต่คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

   ส่วนข่าวดีคือจะได้ นาบี้ เกอิต้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ โจ โกเมซ ที่หายเจ็บพร้อมลงร่วมทีพหงส์แดงในเกมนี้

   ซึ่ง เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล เตรียมขนขุมกำลังลงเต็มสูบในทุกตำแหน่ง โดยเกมรุกจะยังคงเป็น 3 ประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เซอร์ดาน ชากิรี่, ซาดิโอ มาเน่

ฟูแล่ม

   ทางด้านทีมเยือนหมดสิทธิ์ใช้งานแข้ง 2 รายคือ เควิน แมคโดนัลด์ และ โจ ไบรอัน ส่วนในรายอื่นๆพร้อมลงสนามทุกตำแหน่ง ซึ่งเกมนี้กุนซือ สลาวิซ่า โยคาโนวิช วาง ลูชาโน่ เวียตโต้, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช และ อันเดร เชือร์เล่ ทำเกมในแดนหน้า

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มาร์คัส เบ็ตติเนลลี่, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, เดนิส โอดอย, มักซีม เลอ มาร์กช็องด์, ไรอัน แซสเซอญง, ทอม แคร์นี่ย์, อ็องเดร-ฟร้องค์ แซมโบ อ็องกิสซ่า, ฌอง มิชาแอล เซรี, ลูชาโน่ เวียตโต้, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช, อันเดร เชือร์เล่

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล ไม่ชนะใครมา 2 เกมติด โดยเกมลีกล่าสุดในลีกเพิ่งเสมอกับอาร์เซน่อล 1-1 ก่อนจะบุกไปพ่ายให้กับ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 0-2 ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ส่วน ฟูแล่ม เกมล่าสุดเพิ่งจะแพ้ให้กับฮัดเดอร์สฟิลด์ 0-1 ซึ่งเป็นการแพ้ 6 เกมติดแล้ว

   โดยเกมนี้ดูแล้วไม่ว่ายังไงหงส์ก็ดูดีกว่าพอสมควร อีกทั้งยังได้เล่นในบ้าน เชื่อว่าเกมรุกของ ลิเวอร์พูล จะทำอันตรายแนวรับของฟูแล่มที่มีปัญหาหนักในตอนนี้ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นฟันธง อยู่ข้างหงส์ไม่ผิดหวังแน่นอน

 

 

 

 

ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ไร้ความเสียบเฉือน คาร์ดิฟ 10 ตัว 1-0

ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ไร้ความเสียบเฉือน คาร์ดิฟ 10 ตัว 1-0

   ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้เพียงประตูเดียวจาก เอริค ไดเออร์ ในช่วงต้นเกมและเกือบจะโดนคาดีฟตีเสมอได้หลายครั้ง แต่ยังรักษาสกอร์เอาไว้ได้ที่ 1-0 ซึ่งเพียงพอที่จะเก็บ 3 แต้มสำคัญ รั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนน

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ได้ประตูเดียวโทนๆจาก เอริค ไดเออร์ ช่วงต้นเกม

   เริ่มเกมได้เพียง 8 นาที สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำไว้เลยจากจังหวัดต่อเนื่องลูกเตะมุมที่เล่นกันสั้นๆแล้วส่งให้ วิงส์ โยนมาให้ ซิสโซโก้ โหม่งบอลตกลงไปชนเท้า เบ็นเน็ตต์ กลายเป็นตั้งให้ เอริค ไดเออร์ ซัดในกรอบ 6 หลาเป็นประตู 1-0

   นาทีที่ 23 คาร์ดิฟฟ์ เกือบจะได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ อาเธอร์ ยกบอลให้ เมอร์ฟี่ วิ่งไปกระดกบอลข้าม ญอริส ยังดีที่ โทบี้ วิ่งมาช่วยเตะบอลทิ้งบนเส้นได้ทันพอดิบพอดี

   เกมผ่าครึ่งชั่วโมงแรก เกมของทีมเยือนเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ สเปอร์ส ต้องลงไปตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับ นาทีที่ 29 แฮร์รี่ เคน มีโอกาส ได้ส่องด้วยขวาที่ระยะ 25 หลา บอลพรุ่งตรงกรอบแต่ เอเธอริจด์ ปัดทันและตามมารับไว้ได้

   ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าถิ่นเกือบจะหนีห่างเป็น 2-0 จากความยอดเยี่ยมของ ซองฮึงมิน ที่ลากพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายจนถึงเส้นหลัง ก่อนจะตบกลับมาให้ มูร่า ได้ซัดเน้นๆ แต่ปีกแซมบ้าทำผิดหวัง เมื่อดันยิงบอลเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ครึ่งหลังนาทีที่ 47 ไก่ได้โอกาสทองอีกครั้ง แต่ยังทำไม่สำเร็จ เมื่อ โรส เปิดบอลเข้าไปให้ เคน ได้ขึ้นโขกเน้นๆแล้วแต่ เอเธอริจด์ เซฟเอาไว้ได้ บอลกระดอนมาเข้าทาง มูร่า ซ้ำดาบสอง บอลกำลังจะผ่านเส้นเข้าประตูไปอยู่แล้วแต่ มอร์ริสัน ยังตามมาเตะทิ้งบนเส้นได้แบบเฉียดฉิว

   นาทีที่ 58 จากสถานการณ์ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ก่อนแล้ว คาร์ดีฟ ก็ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ รอลส์ โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนาม จากจังหวะที่ไปทำฟาวล์แบบน่าเกลียดใส่ มูร่า

   จากนั้นอีก 6 นาทีถัดมา แม้จะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่ทีมเยือนก็ยังเล่นกันได้ดีและมีลุ้นเกือบจะได้ประตูตีเสมอจากฟรีคิกกลางสนามที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย มอร์ริสัน โฉบมาโขกบอลได้แต่ ญอริส ยังพุ่งไปปัดเอาไว้ได้ ทำให้บอลไปชนเสาแล้วกระดอนออกมา สุดท้ายเป็น โทบี้ ที่เคลียร์ทิ้งได้

   จบเกม สเปอร์สเป็นฝ่ายที่คว้า 3 แต้ม ขึ้นอันดับ 3 ของตารางคะแนน

 

เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ยัน การพ่ายให้กับ เชลซี นัดที่แล้วไม่ใช่เรื่องที่ดี

เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ยัน การพ่ายให้กับ เชลซี นัดที่แล้วไม่ใช่เรื่องที่ดี

   เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนที่จะต้องพา ลิเวอร์พูล บุกไปเยือน เชลซี ในศึกการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก ในวันเสาร์นี้

   สำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เพิ่งจะตกรอบคาราบาว คัพ หลังจากที่เปิดบ้านพ่ายให้กับ เชลซี ผลบอลสด คืนวันพุธที่ผ่านมา และทั้งสองทีมจะต้องโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งอย่างรวดเร็วในวันเสาร์นี้ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล จะได้แก้มือใหม่กับ เชลซี ในเกมพรีเมียร์ลีก

   คล็อปป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “การพ่ายให้กับ เชลซี ในเกมที่แล้วมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเลย เกมนี้กับ เชลซี เป็นเกมที่ค่อนข้างน่าสนใจมากสำหรับเรา มันไม่ใช่เกมที่ง่ายเลยสำหรับเรา”

   “เราทำงานหนักในทุกๆนัดที่ลงทำการแข่งขัน เราต้องการจะชนะในทุกๆรายการ ผมยังมองไม่เห็นข้อดีในการพ่ายแพ้ในเกมบอลถ้วยเลย”

   “เกมวันพุธที่ผ่านมาถือเป็นเกมบอลถ้วยที่จริงจังมากเกมหนึ่ง และทั้งสองทีมก็ล้วนแล้วแต่ต้องการชัยชนะ มันคงจะตลกมากหากผมหรือซาร์รี่ส่งเด็กลงสนามในทุกตำแหน่งเมื่อวันพุธ”

   นอกจากนี้ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ยังพูดถึงเกมที่จะพบกับ เชลซี ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ที่ ลิเวอร์พูล จะต้องบุกไปเยือน เชลซี ถึงถิ่น สแตมฟอร์ดบริดจ์

   “เกมที่ผ่านมาเราทำได้ดีมากๆ ทั้งด้านผลงานและผลการแข่งขัน สำหรับเกมที่เราจะบุกไปเยือน เชลซี มันไม่ใช่ปาร์ตี้วันเกิดของเด็กๆ”

   “เกมนี้ถือเป็นเกมที่สำคัญมากสำหรับทั้งสองทีม มันคงจะเป็นแมตช์ที่เข้มข้นและยากมาก เราอยากจะทำมันให้ออกมาดีที่สุด ซึ่งทั้งสองทีมต่างก็รู้ว่ามันคงจะไม่ใช่เกมง่ายๆแน่นอน”

   “เกมเมื่อวันพุธที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนสำคัญในการที่จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ดีในเกมวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เราได้เรียนรู้หลายอย่างจากเกมนัดที่แล้ว เราพยายามจะให้เกมเมื่อวันพุธเพื่อเตรียมตัวให้ดีขึ้นสำหรับเกมในวันเสาร์”

   “พวกเขามีทั้ง อาซาร์, วิลเลี่ยน, จอร์จินโญ่ และไหนจะ โควาซิช พวกเขาคือนักเตะคนสำคัญ เราจะต้องเล่นกันให้เต็มที่ และสร้างปัญหาให้กับพวกเขามากที่สุด”

   คล็อปป์ ยังได้กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของ แฟร์กิล ฟาน ไดจ์ค ว่า “สำหรับแฟร์กิลเขาเป็นผู้เล่นระดับโลก ซึ่งในเกมวันเสาร์นี้ หากเขาฟิตก็จะได้ลงสนาม ถ้าไม่ฟิตเราก็มีตัวเลือกอื่น”

   “แม้เกมที่ผ่านมา พวกเราจะลงเล่นได้แม้ไม่มีแฟร์กิล แต่ผมก็อยากให้เรามีเขามากกว่า เกมที่แล้วเขาไม่พร้อม แต่สำหรับเกมในนัดหน้าคงต้องรอดูกันอีกที”

 

เอ็มเร่ ชาน กองกลาง ยูเวนตุส โร่ขอโทษ หลังโดนจวก เหยียดเพศหญิง

เอ็มเร่ ชาน กองกลาง ยูเวนตุส โร่ขอโทษ หลังโดนจวก เหยียดเพศหญิง

   เอ็มเร่ ชาน มิดฟิลด์ตัวเก่งชาวเยอรมันของทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส ยอดทีมใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้ออกมากล่าวขอโทษหลังจากที่เจ้าตัวโดนวิจารณ์ว่าเหยียดเพศหญิงตอนพูดถึงเรื่องที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดนใบแดงในเกมที่ ยูเวนตุส บุกไปชนะ บาเลนเซีย 2-0

   สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งระดับโลกของ ยูเวนตุส โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช โดยเกมนี้ ผลบอลสด ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา บุกไปเอาชนะ บาเลนเซีย 2-0 ถึงสนาม เมสตาย่า เมื่อวันพุธที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่ง โรนัลโด้ โดนกรรมการไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 29 หลังจากจังหวะไปพัวพันกับ เฆสัน มูริโญ่ แนวรับของเจ้าถิ่น แล้วเหมือนจะไปดึงเส้นผมของคู่กรณีด้วย

   แน่นอนว่าการตัดสินดังกล่าว ได้สร้างความไม่พอใจให้กับทางฝั่ง ยูเวนตุส หลายคน รวมทั้ง ชาน ด้วย ซึ่งหลังจากจบเกมดังกล่าว ชาน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเอาไว้ว่า “นี่ควรจะเป็นไบแดงงั้นหรอ ผมได้ยินมาว่าเขาโดนใบแดงเพราะไปดึงผม ไม่เอาน่า เราไม่ใช่ผู้หญิงนะ เราเล่นฟุตบอลกันนะ ถ้าคุณโดนใบแดงเพราะเรื่องแบบนี้แล้วล่ะก็ คุณสามารถที่จะโดนใบแดงได้ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม จังหวะนี้มันไม่สมควรเป็นใบแดง”

   หลังจากที่คำสัมภาษณ์ของ ชาน ถูกเผยแพร่ออกไป ได้สร้างความไม่พอใจให้กับหลายๆคน รวมทั้งทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และถูกมองว่าคำพูดของเขาเป็นการเหยียดเพศหญิง นั่นทำให้หลายๆคนพากันด่าอดีตแข้งจาก ลิเวอร์พูล กันยกใหญ่ ล่าสุด ชาน ก็ได้ออกมาขอโทษผ่านทวิตเตอรพร้อมทั้งยืนยันว่าคำสัมภาษณ์ดังกล่าว เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ใครขุ่นเคืองใจ

เอ็มเร่ ชาน มิดฟิลด์ ยูเวนตุส ขอโทษหากคำพูดของเขาสร้างความเจ็บปวด

   “ผมอยากจะขอชี้แจงคำสัมภาษณ์ของผมในเกมเมื่อคืนนี้ เกี่ยวกับใบแดงของ คริสติอาโน่ ซึ่งดูเหมือนว่าการแสดงความเห็นของผม จะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น”

   “ผมอยากอธิบายว่า ความคิดเห็นดังหล่าวของผม ไม่ได้มีเจตนาหรือตั้งใจมุ่งไปที่การลดคุณค่าของผู้หญิง วงการฟุตบอลหญิง หรือความเสมอภาคในเรื่องเพศ ทุกคนที่รู้จักผมย่อมรู้ดีว่า ผมให้เกียรติผู้หญิง ผมเคารพในความเสมอภาค และมีความนับถือต่อพวกเธอมาก”

   “คำสัมภาษณ์ของผมนั้น ผมเพียงตั้งใจที่จะให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมต่อการตัดสินที่ผิดพลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกมของเรา ผมขอโทษจากใจหากคำสัมภาษณ์ของผมได้สร้างความเจ็บปวด ความไม่พอใจ ให้กับทุกคน”

   สำหรับ คริสเตียโน่  โรนัลโด้ ยังคงต้องรอลุ้นว่าเจ้าตัวจะโดนโทษแบนกี่นัด แต่คาดว่าอาจจะเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นจะทำให้เขามีสิทธิ์ได้ลงสนามในการเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเก่าของเขาในเดือนหน้าได้นั่นเอง

 

เบิร์นลีย์ ทำดีสุดแค่เจ๊าโอลิมเปียกอส 1-1 ร่วงยูโรป้า

เบิร์นลีย์ 1-1 โอลิมเปียกอส

   เบิร์นลีย์ เปิดสนามสนาม เทร์ฟ มัวร์ต้อนรับการมาเยือนจากโอลิมเปียกอส ในศึกฟุตบอล ยูโรป้าลีก เพลย์ออฟนัดที่สอง หลังจากที่เกมนัดแรกเบิร์นลีย์บุกไปแพ้ให้กับโอลิมเปียกอสถึงบ้าน 3-1 ซึ่งหากเบิร์นลีย์อยากเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลยูโรป้าในรอบต่อไป พวกเขาก็จำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายเอาชนะโอลิมเปียกอสให้ได้อย่างน้อย 3-0 แต่สุดท้ายตัวแทนจาก พรีเมียร์ลีก ก็ต้องหมดหวังในการที่จะเข้ารอบ เมื่อทำได้ดีที่สุดเพียงเสมอโอลิมเปียกอสไป 1-1

จบไม่สวย! เบิร์นลีย์ ได้แค่เสมอ 1-1 ทำให้ตกรอบยูโรป้าไปแบบน่าเสียดาย

   เริ่มเกมครึ่งแรกทั้งสองทีมยังไม่ค่อยจะมีจังหวะให้ลุ้นสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะสู้กันอยู่ตรงกลางและยังไม่สามารถเจาะแนวรับของอีกฝั่งเข้าไปทำประตูได้ นาทีที่ 18 เจ้าถิ่นได้ลุ้นก่อน จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย แม็คนีล เปิดบอลเข้ากลางให้ เบ็น มี โหม่งบอลขลุกขลิกไปเข้าทาง โวคส์ ตวัดยิงด้วยขวาข้ามคานออกไป นาทีที่ 23 ยังคงเป็นเบิร์นลีย์ที่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ บาร์นส แย่งบอลได้ก่อนจะไหลกลับให้ แม็คนีล เปิดต่อไปเสาแรกให้ โวคส์ โขกเน้นๆแต่บอลยังหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

   จากนั้นนายที่ 28 เบิร์นลีย์ได้ลุ้นต่อเนื่องจากลูกตั้งเตะกลางสนามฝั่งขวา แม็คนีล วางบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ โวคส์ โหม่งชงเข้ากลางบอลไปเข้าทาง เฮนดริค ได้วอลเลย์ไปติดบล็อคออกหลังไป นาทีที่ 42 จังหวะนี้เป็นทีมเยือนบ้างที่มีโอกาสได้ลุ้นประตู หลังจากที่ผ่านมาพวกเขาตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ ซิมิคาส พาบอลขึ้นไปทางฝั่งซ้ายเกือบถึงเส้นหลังก่อนปาดกลับเข้ากลางแล้วไปให้เดนเซ่ได้กดด้วยแต่บอลพุ่งข้ามคานออกไป ก่อนจบเกมในครึ่งแรกเจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่โวคส์หลุดกับดักล้ำหน้าควบไปเอาบอลโยนยาวทางกรอบฝั่งซ้าย ก่อนจะรอจังหวะแล้วปาดต่อให้บาร์นส์เข้ามาชาร์จที่หน้าปากประตูน่าเสียดายที่โดนไม่เต็มทำให้บอลหลุดเสาสองออกไป จบครึ่งแรกเบิร์นลีย์เสมอกับโอลิมเปียกอส 0-0

   ครึ่งหลังเบิร์นลีย์ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาบุกอย่างต่อเนื่องและเกือบทำสำเร็จในนาทีที่ 43 บาร์นส์ จ่ายบอลไปที่โวคส์ตั้งป้อมปั่นด้วยขวาบอลโค้งผ่านมือนายทวารของทีมเยือนไปแล้วแต่ไปบอลพุ่งไปโดนเสาเข้าเต็มๆ จากนั้นเบิร์นลี่ย์ยังครองเกมบุกได้เรื่อยๆและมีลุ้นอยู่หลายจังหวะแต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้

   และแม้จะเป็นฝ่ายบุกมากกว่าแต่ในนาทีที่ 83 กับเป็นโอลิมเปียกกอสที่มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะตัดบอลได้กลางสนามแล้วเป็นโกก้าที่ไหลบอลต่อให้ฟอร์ทูนิสส่งต่อให้โปเดนเซ่ทางกรอบฝั่งซ้ายล็อคเข้าขวาแล้วซัดเข้าไปตุงตาข่าย โอลิมเปียกอสนำ 1-0 เบิร์นลี่ย์มาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 86 จากเตะมุมฝั่งขวา เทย์เลอร์ เปิดบอลเข้ากลางให้เบ็น มีโหม่งบอลไปติด ซิมิคาส บอลขลุกขลิกอยู่หน้าประตูสุดท้ายเป็นวีดร้าที่จิ้มเข้าประตูไป เจ้าถิ่นตามมา 1-1 จบเกมสกอร์รวม 2 นัดเบิร์นลีย์เป็นฝ่ายพ่ายให้กับโอลิมเปียกอส 2-4 ตกรอบเพลย์ออฟ