คล็อปป์ซูฮก 3 แอสซิสต์ ของ เทรนท์ ชี้ถือเป็นลางดีในการลุ้นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล

คล็อปป์ซูฮก 3 แอสซิสต์ ของ เทรนท์ ชี้ถือเป็นลางดีในการลุ้นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล

   คล็อปป์ซูฮก เทรนท์, เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกมากล่าวชื่นชมความยอดเยี่ยมของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เพิ่งจะทำ 3 แอสซิสต์ ช่วย ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม วัตฟอร์ด ไป 5-0 ชี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการไล่ล่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ของทัพหงส์แดง

   ซึ่งเกมดังกล่าว ผลบอลสด ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ เอาชนะ วัตฟอร์ด ไป 5-0 จากประตูของ ซาดิโอ มาเน่ กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ ที่ซัดกันไปคนละ 2 ประตู และอักหนึ่งประตูจาก ดิว็อค โอริกี้ พา ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่ม 3 แต้มเต็มในเกมนี้ได้สำเร็จ ซึ่งจาก 5 ประตูที่ หงส์แดง ทำได้เป็นการแอสซิสต์ของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ถึง 3 แอสซิสต์

   ชัยชนะดังกล่าวของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ ทำให้ หงส์แดง ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ต่อไปโดยมี 69 คะแนนนำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่เพียงแค่แต้มเดียวขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีกเพียง 10 นัดเท่านั้น ซึ่ง คล็อปป์ มองว่าการคว้าชัยเหนือวัตฟอร์ดด้วยการทำคลีนชีตของลูทีมนั้นทำให้โมเมนตันกลับมาอยู่ทางฝั่งของ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง

คล็อปป์ซูฮก 3 แอสซิสต์ ของ เทรนท์ ชี้ถือเป็นลางดีของ ลิเวอร์พูล

   คล็อปป์ ได้ออกมาเปิดใจผ่านสำนักข่าวชื่อดังอย่าง BBC Sport ว่า “พวกเขาโชว์ให้เห็นว่าสนุกกับเกมแค่ไหน มันเป็นสัญญาณที่ดีที่ทุกคนแสดงความกระตือรือร้นออกมา”

   “ถึงแม้ว่าโมฮาเหม็ด ซาลาห์จะทำประตูไม่ได้แต่เกมนี้เขาก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ส่วนซาดิโอ มาเน่ประตูของเขา ต้องบอกว่าเจ๋งสุดๆ หรือแม้กระทั่งอลิซอนผู้รักษาประตูของเราก็ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน”

   “เกมนี้เราเป็นฝ่ายครองเกมเอาไว้ได้อย่างหมดจด”

   “เราชนะ 5-0 ดังนั้นไม่ต้องพูดอะไรมากเลย นักเตะทุกคนแสดงให้เราเห็นแล้วว่าพวกเขาดีเยี่ยมแค่ไหน มันเป็นเกมที่ดีมากจริงๆสำหรับเราและแน่นอนทุกคนในทีมควรจะได้รับเครดิตนั้น”

   นอกจากนี้คล็อปป์ยังกล่าวซูฮกเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คขวาของ หงส์แดง ที่เพิ่งสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาเป็นตัวจริงได้ไม่นานก็โชว์ความเทพทำ 3 แอสซิสต์ไปในเกมนี้ด้วย

   “การครอสบอลของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ช่างโดดเด่นเหลือเกิน แน่นอนว่ามันเป็นค่ำคืนที่แสนพิเศษสำหรับเขา นอกจากนี้เขายังเคยยิงฟรีคิกสุดสวยมาแล้วในนัดก่อนหน้าที่จะเจอกับวัตฟอร์ด”

   “ผมยอมรับว่าผมจำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่เขาทำแฮตทริกแอสซิสต์ได้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่นัดนี้เขาทำได้ 3 แอสซิสต์ผมพูดถูกไหม”

 

ซัดไปแล้ว 50 ประตู คล็อปป์ อวย ซาลาห์ แข้งระดับโลก

ซัดไปแล้ว 50 ประตู คล็อปป์ อวย ซาลาห์ แข้งระดับโลก

   ซัดไปแล้ว 50 ประตู เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ได้กล่าวยกย่อง โม ซาลาห์ ว่าเป็นแข้งระดับโลก หลังจากที่ ซาลาห์ เพิ่งซัดใน พรีเมียร์ลีก ครบ 50 ประตู

   ล่าสุด ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเปิดบ้านเอาชนะคริสตัล พาเลซไป 4-3 ซึ่งมาจากความยอดเยี่ยมของ โมฮาเห็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนเดียว 2 ประตู

   และ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ กับ ซาดิโอ มาเน่ ช่วยกันซัดคนละประตู ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บ 3 แต้มไปได้ในเกมนี้ 

   ซึ่งจาก 2 ประตูที่ ซาลาห์ ยิงได้ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ นั้นทำให้เขายิงครบ 50 ประตูในการเล่นพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 72 นัด ซึ่งมีเพียงแค่ รุด ฟาน นิสเตลรอย(68), อลัน เชียเรอร์(66) และ แอนดี้ โคล(65) ที่ยิงได้ถึงจำนวนนั้นนั้นในจำนวนนัดที่น้อยกว่า ซาลาห์

ซัดไปแล้ว 50 ประตู คล็อปป์ อวย ซาลาห์ แข้งระดับโลก

   ซึ่งจากความยอดเยี่ยมดังหล่าวของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นั้นทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ ลิเวอร์พูล ได้ออกมากล่าวชื่นชมแข้งชาวอียิปต์ว่า “มันเป็นเรื่องที่สุดยอดมาก ต้องเป็นผู้เล่นระดับโลกเท่านั้นถึงจะทำได้ยอดเยี่ยมแบบนี้”

   “ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าเขาทำได้ดีขึ้นมาก มันเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ”

   “ผมได้ยินว่า มีนักเตะคนอื่นที่ทำได้เร็วกว่าเขาอย่าง อลัน เชียเรอร์, รุด ฟาน นิสเตลรอย และแอนดี้ โคล แน่นอนพวกเขาเป็นกองหน้าที่เก่งมาก ผมว่าบางที เขาอาจจะทำได้เร็วกว่านี้ถ้าผมไม่ส่งเขาลงเล่นปีกขวาบ่อยๆ มันเป็นความผิดของผมเองแหละ แต่ก็ไม่ได้แย่นะเพราะมันช่วยให้เรามีเกมที่ดีขึ้นอย่างมาก ซึ่งผมคิดว่าเขารู้เรื่องนี้ดี”

   “เรื่องนี้มีแต่ได้กับได้ เพราะเขาเองก็ได้ประโยชน์จากการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ส่วนคนอื่นๆในทีมก็ได้ประโยชน์จากความมุ่งมั่นในการทำประตูของเขาเช่นกัน” เยอร์เก้น คล็อปป์ กล่าว

   ส่วนทางด้าน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้กล่าวถึงเกมกับ คริสตัล พาเลซ ว่า “มันเป็นเกมที่ค่อนข้างยากมาก ครึ่งแรกพวกเขาเล่นกันได้ดีครึ่งหลังก็ด้วย ซึ่งนั่นมันทำให้เรามีเกมที่ยากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือผลการแข่งขัน ซึ่งเราก็ทำได้ดี”

   นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้กล่าวถึงสถิติ 50 ประตูใน พรีเมียร์ลีก ของตัวเองว่า “มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ผมอยากยิง 50 ประตูกับ ลิเวอร์พูล มันทำให้ผมตั้งตารอเกมต่อไปเลยแหละ” โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กล่าว

   ทั้งนี้สตาร์ชาวอียิปต์ยิงประตูใน พรีเมียร์ลีก ครบ 50 ประตู ซึ่งเป็นการยิงในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล 48 ประตู และกับ เชลซี อีก 2 ประตู

 

 

 

ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ไร้ความเสียบเฉือน คาร์ดิฟ 10 ตัว 1-0

ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ไร้ความเสียบเฉือน คาร์ดิฟ 10 ตัว 1-0

   ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้เพียงประตูเดียวจาก เอริค ไดเออร์ ในช่วงต้นเกมและเกือบจะโดนคาดีฟตีเสมอได้หลายครั้ง แต่ยังรักษาสกอร์เอาไว้ได้ที่ 1-0 ซึ่งเพียงพอที่จะเก็บ 3 แต้มสำคัญ รั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนน

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ได้ประตูเดียวโทนๆจาก เอริค ไดเออร์ ช่วงต้นเกม

   เริ่มเกมได้เพียง 8 นาที สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำไว้เลยจากจังหวัดต่อเนื่องลูกเตะมุมที่เล่นกันสั้นๆแล้วส่งให้ วิงส์ โยนมาให้ ซิสโซโก้ โหม่งบอลตกลงไปชนเท้า เบ็นเน็ตต์ กลายเป็นตั้งให้ เอริค ไดเออร์ ซัดในกรอบ 6 หลาเป็นประตู 1-0

   นาทีที่ 23 คาร์ดิฟฟ์ เกือบจะได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ อาเธอร์ ยกบอลให้ เมอร์ฟี่ วิ่งไปกระดกบอลข้าม ญอริส ยังดีที่ โทบี้ วิ่งมาช่วยเตะบอลทิ้งบนเส้นได้ทันพอดิบพอดี

   เกมผ่าครึ่งชั่วโมงแรก เกมของทีมเยือนเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ สเปอร์ส ต้องลงไปตั้งรับและรอจังหวะสวนกลับ นาทีที่ 29 แฮร์รี่ เคน มีโอกาส ได้ส่องด้วยขวาที่ระยะ 25 หลา บอลพรุ่งตรงกรอบแต่ เอเธอริจด์ ปัดทันและตามมารับไว้ได้

   ช่วงท้ายครึ่งแรก เจ้าถิ่นเกือบจะหนีห่างเป็น 2-0 จากความยอดเยี่ยมของ ซองฮึงมิน ที่ลากพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายจนถึงเส้นหลัง ก่อนจะตบกลับมาให้ มูร่า ได้ซัดเน้นๆ แต่ปีกแซมบ้าทำผิดหวัง เมื่อดันยิงบอลเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   ครึ่งหลังนาทีที่ 47 ไก่ได้โอกาสทองอีกครั้ง แต่ยังทำไม่สำเร็จ เมื่อ โรส เปิดบอลเข้าไปให้ เคน ได้ขึ้นโขกเน้นๆแล้วแต่ เอเธอริจด์ เซฟเอาไว้ได้ บอลกระดอนมาเข้าทาง มูร่า ซ้ำดาบสอง บอลกำลังจะผ่านเส้นเข้าประตูไปอยู่แล้วแต่ มอร์ริสัน ยังตามมาเตะทิ้งบนเส้นได้แบบเฉียดฉิว

   นาทีที่ 58 จากสถานการณ์ที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ก่อนแล้ว คาร์ดีฟ ก็ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ รอลส์ โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนาม จากจังหวะที่ไปทำฟาวล์แบบน่าเกลียดใส่ มูร่า

   จากนั้นอีก 6 นาทีถัดมา แม้จะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่ทีมเยือนก็ยังเล่นกันได้ดีและมีลุ้นเกือบจะได้ประตูตีเสมอจากฟรีคิกกลางสนามที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย มอร์ริสัน โฉบมาโขกบอลได้แต่ ญอริส ยังพุ่งไปปัดเอาไว้ได้ ทำให้บอลไปชนเสาแล้วกระดอนออกมา สุดท้ายเป็น โทบี้ ที่เคลียร์ทิ้งได้

   จบเกม สเปอร์สเป็นฝ่ายที่คว้า 3 แต้ม ขึ้นอันดับ 3 ของตารางคะแนน

 

เบิร์นลีย์ ทำดีสุดแค่เจ๊าโอลิมเปียกอส 1-1 ร่วงยูโรป้า

เบิร์นลีย์ 1-1 โอลิมเปียกอส

   เบิร์นลีย์ เปิดสนามสนาม เทร์ฟ มัวร์ต้อนรับการมาเยือนจากโอลิมเปียกอส ในศึกฟุตบอล ยูโรป้าลีก เพลย์ออฟนัดที่สอง หลังจากที่เกมนัดแรกเบิร์นลีย์บุกไปแพ้ให้กับโอลิมเปียกอสถึงบ้าน 3-1 ซึ่งหากเบิร์นลีย์อยากเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลยูโรป้าในรอบต่อไป พวกเขาก็จำเป็นจะต้องเป็นฝ่ายเอาชนะโอลิมเปียกอสให้ได้อย่างน้อย 3-0 แต่สุดท้ายตัวแทนจาก พรีเมียร์ลีก ก็ต้องหมดหวังในการที่จะเข้ารอบ เมื่อทำได้ดีที่สุดเพียงเสมอโอลิมเปียกอสไป 1-1

จบไม่สวย! เบิร์นลีย์ ได้แค่เสมอ 1-1 ทำให้ตกรอบยูโรป้าไปแบบน่าเสียดาย

   เริ่มเกมครึ่งแรกทั้งสองทีมยังไม่ค่อยจะมีจังหวะให้ลุ้นสักเท่าไหร่ ส่วนมากจะสู้กันอยู่ตรงกลางและยังไม่สามารถเจาะแนวรับของอีกฝั่งเข้าไปทำประตูได้ นาทีที่ 18 เจ้าถิ่นได้ลุ้นก่อน จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย แม็คนีล เปิดบอลเข้ากลางให้ เบ็น มี โหม่งบอลขลุกขลิกไปเข้าทาง โวคส์ ตวัดยิงด้วยขวาข้ามคานออกไป นาทีที่ 23 ยังคงเป็นเบิร์นลีย์ที่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ บาร์นส แย่งบอลได้ก่อนจะไหลกลับให้ แม็คนีล เปิดต่อไปเสาแรกให้ โวคส์ โขกเน้นๆแต่บอลยังหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

   จากนั้นนายที่ 28 เบิร์นลีย์ได้ลุ้นต่อเนื่องจากลูกตั้งเตะกลางสนามฝั่งขวา แม็คนีล วางบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ โวคส์ โหม่งชงเข้ากลางบอลไปเข้าทาง เฮนดริค ได้วอลเลย์ไปติดบล็อคออกหลังไป นาทีที่ 42 จังหวะนี้เป็นทีมเยือนบ้างที่มีโอกาสได้ลุ้นประตู หลังจากที่ผ่านมาพวกเขาตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ ซิมิคาส พาบอลขึ้นไปทางฝั่งซ้ายเกือบถึงเส้นหลังก่อนปาดกลับเข้ากลางแล้วไปให้เดนเซ่ได้กดด้วยแต่บอลพุ่งข้ามคานออกไป ก่อนจบเกมในครึ่งแรกเจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่โวคส์หลุดกับดักล้ำหน้าควบไปเอาบอลโยนยาวทางกรอบฝั่งซ้าย ก่อนจะรอจังหวะแล้วปาดต่อให้บาร์นส์เข้ามาชาร์จที่หน้าปากประตูน่าเสียดายที่โดนไม่เต็มทำให้บอลหลุดเสาสองออกไป จบครึ่งแรกเบิร์นลีย์เสมอกับโอลิมเปียกอส 0-0

   ครึ่งหลังเบิร์นลีย์ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาบุกอย่างต่อเนื่องและเกือบทำสำเร็จในนาทีที่ 43 บาร์นส์ จ่ายบอลไปที่โวคส์ตั้งป้อมปั่นด้วยขวาบอลโค้งผ่านมือนายทวารของทีมเยือนไปแล้วแต่ไปบอลพุ่งไปโดนเสาเข้าเต็มๆ จากนั้นเบิร์นลี่ย์ยังครองเกมบุกได้เรื่อยๆและมีลุ้นอยู่หลายจังหวะแต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้

   และแม้จะเป็นฝ่ายบุกมากกว่าแต่ในนาทีที่ 83 กับเป็นโอลิมเปียกกอสที่มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะตัดบอลได้กลางสนามแล้วเป็นโกก้าที่ไหลบอลต่อให้ฟอร์ทูนิสส่งต่อให้โปเดนเซ่ทางกรอบฝั่งซ้ายล็อคเข้าขวาแล้วซัดเข้าไปตุงตาข่าย โอลิมเปียกอสนำ 1-0 เบิร์นลี่ย์มาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 86 จากเตะมุมฝั่งขวา เทย์เลอร์ เปิดบอลเข้ากลางให้เบ็น มีโหม่งบอลไปติด ซิมิคาส บอลขลุกขลิกอยู่หน้าประตูสุดท้ายเป็นวีดร้าที่จิ้มเข้าประตูไป เจ้าถิ่นตามมา 1-1 จบเกมสกอร์รวม 2 นัดเบิร์นลีย์เป็นฝ่ายพ่ายให้กับโอลิมเปียกอส 2-4 ตกรอบเพลย์ออฟ